EFM104.5
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       หลังความสำเร็จของหนังซอมบี้ยุคเก่าของ จอร์จ เอ.โรเมโร่ ในตระกูล Night of The Living Dead มาจนถึงหนังซอมบี้สไตล์แอ็กชันอย่าง Resident Evil และซีรีส์ยอดนิยมอย่าง The Walking Dead ดูเหมือนว่า การสร้างหนังซอมบี้ล้างโลกแบบเดิมๆ ใกล้จะหมดความนิยมเต็มที เพราะมีการสร้างออกมามากมายเหลือเกิน จนกระทั่งผู้สร้างหนังทั่วโลก พยายามจะหาทางออก ด้วยการหยิบเอาหนังซอมบี้ไปผนวกกับหนังสไตล์อื่นๆ บิดหนังซอมบี้เป็นหนังรัก (ใน Warm Bodies) จับซอมบี้ไปไว้ในสถานที่ที่แปลกตา (ซอมบี้บนรถไฟใน Train To Busan) หรือซอมบี้ในยุคพีเรียดที่คนดูไม่คุ้ยเคย (อาทิ Pride and Prejudice and Zombie และล่าสุดคือ Rampant) จนกระทั่งล่าสุด โปรดิวเซอร์มือทองอย่าง เจ.เจ.อับรามส์ หยิบซอมบี้ไปไว้ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ในภาพยนตร์เรื่องนี้

       หนังเปิดเรื่องด้วยปฏิบัติการที่สำคัญที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในสงครามโลกครั้งที่ 2 คือวันดีเดย์ เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตร นำโดยสหรัฐอเมริกา ขนทัพบุกเข้ายึดนอร์มังดีในฝรั่งเศส เพื่อพยายามขับไล่กองทัพนาซี ของฮิตเลอร์ออกไป หนังเล่าเรื่องราวของนายทหารกลุ่มหนึ่งที่รอดตายจากเหตุการณ์เครื่องบินตก และพยายามเดินทางไปทำลายหอนาฬิกาแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งมั่นของกองทัพนาซี แต่ดูเหมือนปฏิบัติการครั้งนี้ จะโหดยิ่งกว่าที่พวกเขาคิดไว้ เพราะนักวิทยาศาสตร์ในกองทัพนาซี ซ่อนการทดลองอะไรบางอย่างไว้ ณ ที่แห่งนี้ การทดลองที่ทำให้คนตาย ฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง !

       อย่างที่ตัวอย่างที่ได้พยายามบอกกับคนดู Overlord เป็นเหมือนส่วนผสมระหว่างหนังสงครามกับหนังซอมบี้ มาพร้อมกับไอเดียที่ว่า จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อทหารต้องมาสู้รบกับซอมบี้แทนที่จะเป็นกองทัพของศัตรู ด้วยไอเดียที่ว่านี้ ทำให้เราค่อนข้างคาดหวัง ว่าเราจะได้เห็นฉากสู้หรือวิ่งหนีซอมบี้ที่ค่อนข้างเยอะ แต่ปรากฏว่า ฉากดังกล่าวกว่าจะมาถึงคือองค์ที่ 3 แล้ว หนังใช้เวลาค่อนข้างเยอะในการปูเรื่องมาสู่จุดที่เจอซอมบี้ (ซึ่งในตัวอย่างหนังเฉลยไปแล้ว ว่ายังไงก็จะเจอซอมบี้) ทำให้คนดูรอนานเกินจำเป็น ระหว่างทางก็ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่า การพยายามบุกเข้ามาในแดนศัตรูของทหารอเมริกัน บวกกับหนังสร้างตัวละครนำที่ไม่ได้น่าจดจำหรือน่าดึงดูดมากนัก ทำให้ช่วงครึ่งแรกของหนัง ค่อนข้างเรียบเฉย ผิดกับหนังแนวเดียวกันส่วนใหญ่ที่ปูเรื่องได้อย่างน่าตื่นเต้น

       แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะพุ่งเป็นกราฟขึ้นในช่วงประมาณ 30 นาทีสุดท้ายของหนัง ที่จัดเต็มแบบถาโถมเลยทีเดียว หนังมาพร้อมกับดีไซน์ซอมบี้ที่แปลกและแตกต่างจากหนังเรื่องอื่นๆ แถมยังค่อนข้างโหดมากในหลายซีน ฉากปฏิบัติโค่นล้มหอนาฬิกาที่สนุกและน่าตื่นเต้นอย่างมาก น่าจะเป็นที่พึงพอใจสำหรับคอหนังแอ็กชันพอสมควร

       โดยรวม Overlord เริ่มต้นด้วยการเป็นหนังตื่นเต้นในบรรยากาศสงคราม ก่อนที่จะค่อยๆกลายร่างเป็นหนังแอ็กชันสายโหดในช่วงท้าย โดยรวมถือว่ามีความสดใหม่ในไอเดีย น่าสนใจพอสมควร แต่หนังยังเล่าเรื่องได้ไม่น่าติดตามมากนัก และมีตัวละครที่ค่อนข้างไร้เสน่ห์ อย่างไรก็ตาม เมื่อหนังดำเนินเรื่องไปเกินครึ่ง ก็ดูเหมือนจะเริ่มสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้ชมได้ และมาพร้อมกับฉากบู๊ที่ทั้งโหด มันส์ สะใจคนดูอย่างแน่นอน ถ้ามองหาความบันเทิงที่แปลกใหม่และไม่คิดอะไรมาก ก็น่าลองสำหรับหนังเรื่องนี้

(ให้ 7 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM1045

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD