EFM
HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN

       ชื่อของ Hellboy เป็นที่รู้จักของคอหนังพอสมควร จากเวอร์ชั่นที่แล้วของผู้กำกับ กิลเลอโม่ เดล โตโร่ ที่มีการสร้างออกมาได้สองภาค คือ Hellboy (2004) และ Hellboy II : The Golden Army (2008)แม้จะไม่ได้ประสบความสำเร็จเรื่องรายได้มากมายนัก แต่ก็ได้รับคำชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเนรมิตโลกของเฮลล์บอย การออกแบบงานสร้างที่ถือว่าเป็นลายเซ็นต์ของผู้กำกับท่านนี้อยู่แล้ว พอ กิลเลอโม่ เดล โตโร่ ไม่สนใจจะกำกับภาคที่ 3ต่อ จนนำมาสู่การรีเมกโดยผู้กำกับท่านอื่น เสน่ห์ดังกล่าวของ Hellboy จึงหายไปพอสมควร แล้วถูกแทนที่ด้วยฉากแอ็กชันเลือดสาด สไตล์หนังเรท R แทน

       Hellboy ในเวอร์ชั่นนี้ ได้ เดวิด ฮาร์เบอร์ ที่คอซีรีส์คุ้นเคยจากบทบาท จิม ฮอปเปอร์ จาก Stranger Things มารับบทนำเป็นตัวละครเฮลล์บอย แทนที่ รอน เพิร์ลแมน จากเวอร์ชั่นก่อน พร้อมกับได้ มิลล่า โจโววิช นางเอกสายบู๊จาก Resident Evil มาพลิกบทบาทรับบทร้าย เป็นราชินีเลือด ที่ถูกจับแยกร่างตั้งแต่สมัยคิงอาเธอร์ แต่แล้วเธอกลับค่อยๆมีพลังและรวมร่างได้อีกครั้งในยุคปัจจุบัน จึงเป็นหน้าที่ของ เฮลล์บอยและทีมที่ต้องปราบราชินีเลือดให้ได้ ก่อนที่เธอจะทรงพลังและยึดครองโลกมนุษย์ได้สำเร็จ

       ภาพรวมของการรีเมก Hellboy ถือว่าน่าผิดหวัง ถ้าเทียบแบบตัวต่อตัวกับหนังเวอร์ชั่นก่อน อย่างที่เกริ่นไปกว่าหนังเวอร์ชั่นที่แล้ว มีภาพรวมที่ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบงานสร้าง รวมถึงงานคอมพิวเตอร์กราฟฟิค ที่ผ่านมาแล้วถึง 15 ปี แต่กลับดูดีและมีรสนิยมมากกว่า ไม่แน่ใจว่าเพราะทุนสร้างหรืออย่างไรที่ทำไม่ถึง ทำให้ภาพรวมของ Hellboy ในเวอร์ชั่นใหม่นี้ ดูคับคล้ายกับหนังเกรดบีพอสมควร หลายฉากที่ดูไม่เนี้ยบ พอที่จะเป็นหนังฟอร์มใหญ่

       ปัญหาหลักอีกอย่าง นอกจากงานสร้างที่ดูเหมือนหนังเกรดบีแล้ว คือการเล่าเรื่อง อันที่จริงแล้วหนัง Hellboy มีเส้นเรื่องและตัวละครที่น่าสนใจพอสมควร แต่ในเวอร์ชั่นนี้กลับเล่าเรื่องได้ยุ่งเหยิงมาก การลำดับเหตุการณ์และแนะนำตัวละคร ทำได้ไม่ดีพอ จนหลายซีน สำหรับคนที่อาจจะไม่เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อน จะงงได้ว่า นี่ใคร มาทำไม มาแค่นี้หรอ แล้วยังไงต่อ หนังแวะไปทำความรู้จักกับตัวละครที่ไม่จำเป็นเยอะมาก จริงๆถ้าตั้งใจจะสร้างหลายภาค อาจจะเก็บไว้แนะนำในโอกาสหน้าก็ได้ (หรือกลัวจะไม่มีภาคต่อแล้ว)

       อย่างไรก็ตาม หนังทุกเรื่องมีข้อดีข้อเสียต่างกัน สำหรับ Hellboy ในเวอร์ชั่นนี้ ถือว่าใช้ประโยชน์จากการอัปเกรดเป็นหนังเรต Rได้อย่างสะใจมาก ผู้ชมจะได้เจอกับฉากแอ็กชันที่มันส์แบบเลือดสาดเต็มๆ ถือว่าเกินคาดในจุดนี้พอสมควร คอขาด แขนขาดแบบไม่กั๊กกันเลย ถ้าเป็นเวอร์ชั่นก่อนจะแอบสยองขวัญด้วยบรรยากาศ แต่เวอร์ชั่นนี้สยองแบบจะๆกันไปเลย ไหนๆก็ตั้งใจจะมาเรต R แล้ว และอีกหนึ่งข้อดี คือการพยายามเพิ่มมุกตลกหน้าตายมากครั้ง ซึ่งถือว่าเรียกเสียงหัวเราะได้พอสมควร ทำให้หนังดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ ถ้าชอบดูหนังเอาสะใจ ไม่แคร์เรื่องโปรดักชั่นมากนัก ก็ถือว่า Hellboy น่าจะสมใจอยากอยู่พอสมควร

       สรุปแล้ว Hellboy ถือว่าเป็นหนังแอ็กชันฮาร์ดคอร์ได้ดูเพลินๆ มีฉากบู๊ที่สะใจพอสมควร แต่หนังก็ยังมีปัญหาในหลายจุด ทั้งลำดับการเล่าเรื่อง และงานสร้าง ทั้งงานออกแบบและคอมพิวเตอร์กราฟฟิคที่ยังทำได้ไม่ดี ถ้าไม่นำไปเทียบกับเวอร์ชั่นเก่า ก็ถือว่าดูได้แบบไม่คิดมาก แต่ถ้ามีเวอร์ชั่นเก่าในหัวค้างคาอยู่ ยังไง Hellboy ฉบับนี้ก็เป็นได้แค่หนังเกรดบี อย่างที่กล่าวไป

(ให้ 5 คะแนนเต็ม 10)

RELATED HOLLYWOOD GOSSIP BY GOSSIPGUN
EFM

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD