EFM
ข่าว

       ต้องยอมรับว่าทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดในตอนนี้ สำหรับค่ายหนังยักษ์ใหญ่อย่าง โซนี พิคเจอร์ คือ หนังชุดไอ้แมงมุมครับ ตั้งแต่ Spider-Man เวอร์ชั่นแรกของผู้กำกับ แซม ไรมี่ จักรวาลสไปเดอร์แมน ก็สร้างรายได้ให้กับทางค่ายอย่างมหาศาล แต่ยิ่งสร้างก็แอบยิ่งดิ่งลงเหวขึ้นเรื่อยๆ จนทางค่ายต้องไปเจรจากับเจ้าของตัวละครตัวจริงอย่าง มาร์เวล สตูดิโอ ว่ามาแจมกันมั้ย จนกลายเป็น Spider-Man : Homecoming ที่พอเอาตัวรอดได้ แต่การต่อยอดของค่ายก็ไม่จบแค่นั้น ด้วยการเข็น Venom ที่หยิบเอาตัวร้ายในจักรวาลไอ้แมงมุม มาสร้างเป็นหนังเดี่ยวจนทำรายได้มหาศาล อีกหนึ่งความพยายามสำหรับทางค่าย คือการผลิตหนังไอ้แมงมุมในรูปแบบแอนิเมชั่น จนกลายมาเป็น Spider-Man : Into The Spider-Verse ซึ่งผลลัพภ์สร้างความตกตะลึงให้กับคอหนังเป็นอย่างมาก ด้วยการคว้าคะแนนแง่บวกสูงลิบถึง 97% และกลายมาเป็นตัวเต็งรางวัลออสการ์ปีนี้ ในสาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมไปโดยปริยาย

       การที่โซนี่ตัดสินใจสร้าง Spider-Man ในแบบแอนิเมชันนั้น ทำให้ทางค่ายลดต้นทุนลงอย่างมาก พอลดต้นทุน ความเสี่ยงที่จะขาดทุนก็ลดลง ทางค่ายเลยยอมกล้าเสี่ยงออกจากกรอบ ไม่เล่าเรื่อง สไปเดอร์แมน ในเวอร์ชั่นปีเตอร์ ปาร์กเกอร์อีกต่อไป(ซึ่งเอาจริงๆ คนดูเบื่อจะแย่แล้ว ลุงของปีเตอร์แกตายในหนังมากี่รอบแล้วก็ไม่รู้ สงสารชิบ) ทางค่ายเลยหยิบเอาเรื่องของ Spider-Verse มาเล่าแทน ว่าด้วยไอเดียที่ว่า จักรวาลนี้มีหลายมิติ และแต่ละมิตินั้น ก็ล้วนมีไอ้แมงมุมในแบบตัวเอง บางมิติเป็นผู้หญิง บางมิติเป็นสาวญี่ปุ่น บางมิติเป็นตัวละครขาวดำ หรือบางมิติเป็นกระทั่งหมู ? โดยตัวละครหลักของหนังเวอร์ชั่นนี้ คือ ไมล์ เมอลาเรส เด็กหนุ่มผิวสี ที่มีไอ้แมงมุมเป็นไอดอล แต่แล้ววันหนึ่งเขากลับมีพลังพิเศษขึ้นมาเอง และต้องร่วมมือกับไอ้แมงมุมจากมิติอื่น เพื่อช่วยเหลือจักรวาลของพวกเขา

       ความกล้าของทางค่ายหนังในการสร้าง Spider-Man เส้นเรื่องอื่นที่ไม่ใช่ ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ เป็นอะไรที่ประสบความสำเร็จสุดของหนังเรื่องนี้ กลายเป็นว่า Spider-Man : Into The Spider-Verse คือหนังไอ้แมงมุมที่สดใหม่มากที่สุดและแตกต่างมากที่สุด นับตั้งแต่ Spider-Man เวอร์ชั่นแรกเมื่อปี 2002 การที่หนังพาเราไปสำรวจส่วนอื่นในจักรวาลสไปเดอร์แมนบ้าง เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก แต่ก็ยังได้เห็นตัวละครที่คุ้นเคย อย่างปีเตอร์, ป้าเมย์, เกว็น สเตซี่ ปรากฏตัวในหนังในแบบที่แตกต่างจากเดิม เป็นอะไรที่สนุกสุดๆ หนังมาพร้อมกับบทที่ค่อนข้างลงตัว มีองค์ประกอบความเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ดีครบ ทั้งฉากแอ็กชันที่น่าตื่นตา มุมอบอุ่นครอบครัวฟีลกู้ด และมุกตลกที่แทรกมาอย่างโคตรฮา หลายมุกนับว่าครีเอทีฟมากๆ ไม่เสียชื่อ ฟิล ลอร์ด จาก The Lego Movie และ 21 Jump Street ที่เขียนบทให้หนังเรื่องนี้

       นอกจากพล็อตเรื่องและบทภาพยนตร์ที่โดดเด่นแล้ว งานวิชวลของหนังก็เป็นไฮไลต์ที่สำคัญไม่แพ้กัน ต้องถือว่า Spider-Man : Into The Spider-Verse เป็นหนังแอนิเมชั่นที่มีงานภาพแตกต่างจากหนังในตลาดทั่วไปเป็นอย่างมาก เป็นการหยิบเอาลายเส้นคล้ายๆกับในหนังสือคอมมิกมาใช้ประกอบกับงานสร้างแบบสามมิติ ที่นิยมใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน ทำให้หนังมีกลิ่นอายความคลาสสิคในอดีตพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกเชยแต่อย่างใด เพราะเมื่อชมแล้ว ยิ่งในระบบ IMAX3D จะสัมผัสได้ถึงมิติของงานภาพ ที่ละเอียดและสวยงามเป็นอย่างมาก ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ การดูหนังแอนิเมชันในโรง ที่แตกต่างจากปกติ (และแอบรู้สึกว่าเราเก็บรายละเอียดไม่ครบด้วย เพราะดีเทลของภาพเยอะมาก)

       อีกหนึ่งจุดเด่นของหนังเรื่องนี้สำหรับเรา คือเพลงประกอบหนัง ที่เลือกใช้เพลงเจ๋งๆมากมาย เริ่มจากเพลงธีมที่เอา Post Malones ศิลปินที่กำลังมาแรงสุดๆในยุคนี้มาใช้เป็นเพลงหลัก ตั้งแต่ช่วงต้น หลังจากนั้น หนังก็มีเพลงทั้งเก่าใหม่ แบบถูกใจสุดๆในเปิดในหนังอีกมากมาย ซึ่งอันนี้แอบกด Like แบบส่วนตัว เพราะไม่แน่ใจว่า คนอื่นจะชอบเหมือนกับเราหรือเปล่า แต่พอเพลงดีปุ๊ป ก็ยิ่งทวีความชอบให้กับหนังเพิ่มยิ่งขึ้นไปอีก

       สรุปแล้ว Spider-Man : Into The Spider-Verse ไม่เป็นเพียงหนังไอ้แมงมุมที่แปลกใหม่และเจ๋งที่สุดเรื่องหนึ่งเท่าที่เคยมีมา หนังยังถือว่าเป็นหนังแอนิเมชันที่งานสร้างลงตัวที่สุดเรื่องหนึ่งของปี 2018 อีกด้วย และไม่แปลกใจเลยที่ทั้งแฟนของสไปเดอร์แมนเอง และนักวิจารณ์จะต่างเทใจและเทคะแนนให้ระดับนี้ ถือว่าเป็นหนังอีกเรื่อง ที่ไม่ควรพลาดในโรงภาพยนตร์ อย่างน้อยงานวิชวลระดับนี้ ควรจะได้เห็นบนจอขนาดใหญ่จริงๆ ดูอันนี้เสร็จ แล้วกลางปีนี้ ค่อยกลับไปดู Spider-Man โหมดเดิมของ ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ กันต่อ

(ให้ 9 คะแนนเต็ม 10)

RELATED ข่าว
EFM

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD