EFM
ข่าว

       กลายเป็นคดีใหญ่ที่มีคนจับตาดูความคืบหน้าอยู่ สำหรับมหากาพย์โกงค่าตั๋วเครื่องบิน โดยในคดีนี้มีผู้ตกเป็นเหยื่อรวมแล้วมากกว่า 200 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท ขณะที่ผู้เสียหายหลายคนก็เตรียมนำหลักฐานเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อเนื่อง

       ล่าสุด ดีเจอ้อย นภาพร หนึ่งในผู้เสียหายได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ภายหลังจากการเข้าแจ้งความ ทางผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้มีการติดต่อเข้ามาเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย หรือขอชดใช้ค่าเสียหายใดใด พร้อมทั้งยังมีการคุยกับผู้เสียหายรายอื่นๆ เพื่อรวบรวมหลักฐานดำเนินการฟ้องร้อง ยืนยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะมีหลายคนได้รับความเดือนร้อน จึงเป็นเรื่องที่นิ่งเฉยไม่ได้ พร้อมฝากไปยังผู้ก่อเหตุว่าอยากให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ

       “จริงๆ พี่ตั้งใจตั้งแต่ต้นปีว่าปีนี้จะมีทริปไหนบ้าง ก็เลยเลือกให้ 1 ทริปสำหรับน้องชาย และยุโปรสำหรับพี่เองและสามี อีกทริปหนึ่งเป็นของคุณพ่อคุณแม่ เป็นความตั้งใจซื้อตั๋ว 3 ทริป และก็มีน้องๆ ที่ทำงานด้วยกันแนะนำให้จองกับคนนี้ หลังจากนั้นก็จ่ายตังค์ของทุกทริปของพี่ พอสักมีนาคมเริ่มมีน้องๆ ในการบินไทยทักเข้ามาว่ายังไม่เห็นบุ๊คกิ้ง กระทั้งวันที่น้องชายพี่จะบินก็ยังไม่มีตั๋ว จนมาทราบอีกทีจากน้องๆ ที่ทำงานด้วยกันว่าโดนเหมือนกัน จากนั้นก็ได้เข้าไปลงบันทึกประจำวัน

       ตอนนี้มีกลุ่มผู่เสียหายตั้งกรุ๊ปไลน์ จาก 20-30 คน ตอนนี้กรุ๊ปไลน์โตขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็น 200 คน และพอพี่ลงในอินสตาแกรม ดีเจดาด้า ไดเร็กข้อความมาบอกว่าโดนเหมือนกัน จากนั้นก็ได้ทราบเรื่องจากวงการดีเจว่ามีหลายคนก็โดนกันไปเยอะมาก รวมมูลค่าตอนนี้ก็มากกว่า 20-30 ล้าน ของพี่เองก็เป็นแสน ผู้เสียหายบางคนก็โดนไปหลายล้าน

       ล่าสุดเห็นเขาเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา แต่ก็ยังไม่ได้รับการติดต่ออะไรกลับมา พี่เห็นจากสื่อบ้างแล้วรู้สึกว่าเขาดูสบายใจจังเลยนะ ในขณะที่ผู้เสียหายบางคนต้องล้มทริปไปเลยนะ พี่ว่ามันเป็นความโหดร้าย ขณะที่เขาก็มีการพูดคุยกับน้องๆ จากคลื่นวิทยุอีกคลื่นว่าเดี๋ยวจัดการให้ ดูว่าใครเสียหายก่อนก็จะจัดการให้ก่อน ส่วนแพลนที่พี่จะไป 27 เมษายนนี้ก็ยังดำเนินต่อไป เพราะพี่ตั้งใจจัดเป็นทริปของขวัญวันเกิดให้สามี พี่ก็หาตั๋วใหม่ ที่ผ่านมาถือว่าเราไว้ใจผิด ส่วนทริปของน้องชาย และคุณพ่อคุณแม่ พี่ดับฝันเขาไม่ได้ ก็เลยเริ่มจองตั๋วใหม่

       เรื่องคดีความพี่ก็ต้องดำเนินการ เพราะไม่ได้มีแค่พี่คนเดียว แต่มีหลายคนเสียหาย ทุกคนเจ็บปวดเท่ากันหมด พี่ไม่ได้ลุยเรื่องนี้เพื่อตัวเองอย่างเดียว พี่ให้กำลังใจกับน้องๆ ทุกคนที่เป็นผู้เสียหาย ทุกคนทำงานด้วยน้ำพักน้ำแรงและอยากพักผ่อนเหมือนกัน (ความเสียหายเฉพาะของพี่อ้อยเองเสียหายไปเท่าไหร่) เฉพาะตั๋วที่ซื้อไปแล้วและยังไม่ได้คืนคือประมาณหนึ่งแสนกว่าๆ ไม่รวมตั๋วที่ต้องซื้อใหม่รวมแล้วก็อาจจะสองแสนกว่าๆ นะคะ (ยังหวังได้ตั๋วได้เงินคืนไหม) เอาจริงๆ ตอนนี้ไม่ได้หวังเลย เพราะฟังจากยอดที่น้องเขาต้องชำระคือหลายสิบล้านบาทมาก สิ่งหนึ่งที่พี่ไม่เข้าใจเลยก็คือระบบของเขาคืออะไร เขาจะพูดเสมอว่าชักหน้าไม่ถึงหลัง

       ปกติพี่จะเป็นคนที่มีความสุขกับการอยู่หลังไมค์ แต่ตอนนี้จะเห็นพี่อยู่หน้าไมค์บ่อยหน่อย เพราะมีคนอยากถามอยากสัมภาษณ์ ถ้าเกิดว่ามันจะเป็นการเตือนไม่ให้คนอื่นโดนหลอกพี่ก็ยินดีนะคะ ถ้าโชคดีได้รับเงินคืนพี่ก็ยินดี เพราะไม่ว่ายังไงเราไม่ควรได้รับเงินจากการทำงานของคนอื่น วันนี้น้องจะกินอะไรลงไปได้ยังไง ถ้าเงินที่ใช้เป็นเงินจากความทุกข์ของคนอื่น

       เรื่องคดีความตอนนี้พี่ก็รออยู่ว่าทางการเข้าจะเรียกเข้าไปให้ปากคำวันไหน แต่ทุกคนที่เป็นผู้เสียหายมีหลักฐานชัดเจนหมดทุกอย่าง และเก็บทุกอย่างอย่างดีที่สุด เพราะถือว่าเป็นสิทธิ ไม่มีใครมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นได้นาน เพราะฉะนั้นความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากความทุกข์ของคนน้องดูเอาแล้วกัน พี่เชื่อว่าน้องเขาเองก็ไม่ได้มีความสุข แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือเขาต้องรับผิดชอบ รับผิดชอบเรื่องเงิน ส่วนเรื่องความรู้สึกของคนอื่นพี่เชื่อว่าเขารับผิดชอบไม่ไหวหรอก รับผิดชอบเรื่องเงินก่อน เพราะทุกคนต้องเดินหน้าต่อ ส่วนเรื่องความรู้สึกให้น้องเขาไปจัดการเอาเอง”

RELATED ข่าว
EFM

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD